ผู้ว่าฯเว่ยหมิงกู่มั่นใจเมืองจางฮั่วมีดี ผลิตไฟฟ้าพลังงานลมให้ปชช. 5.8 ล้านครัวเรือนใช้ได้ตลอดทั้งปี

 

จากเหตุการณ์ไฟดับทั่วไต้หวันวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา ทำให้มีเสียงเรียกร้องจากทุกภาคส่วนให้รัฐบาลพิจารณาตรวจสอบนโยบายด้านพลังงานเสียใหม่ ต่อกรณีนี้ นายเว่ยหมิงกู่  (魏明谷) ผู้ว่าการเมืองจางฮั่ว ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของอาร์ทีไอว่า พลังงานสีเขียวเป็นกระแสของโลกในอนาคต เทศบาลเมืองจางฮั่วได้ผลักดันอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวอย่างกระตือรือร้น และจะทำให้เขตนิคมอุตสาหกรรมชายฝั่งจางฮั่ว (Changhua Coastal Industrial Park) กลายเป็นศูนย์กลางพลังงานสีเขียวอัจฉริยะของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยปัจจุบันมีการลงทุนสูงถึง 1.012 ล้านล้านเหรียญไต้หวันแล้ว

 

นายเว่ยหมิงกู่ กล่าวว่า ชายฝั่งเมืองจางฮั่วมีทุ่งกังหันลมที่ดีมาก กระทรวงเศรษฐการได้คัดเลือกให้เป็น 1 ใน 21 ทุ่งกังหันลมที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทุ่งกังหันลม 1 แห่งสามารถก่อตั้งได้ 1 บริษัท ทุ่งกังหันลม 21 แห่งก็มี 21 บริษัท คาดว่าช่วงปลายปีนี้จะสามารถผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เมื่อผ่านเรียบร้อยแล้วก็สามารถยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างได้ทันที หลังจากโครงการผ่านไป 4 ปี เครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานลมจะสามารถผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ โดยจะติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานลมปีละ 50-100 ตัว ผ่านไป 10 ปี จะสามารถติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ 800 ตัว

 

ผู้ว่าการเมืองจางฮั่วผู้นี้ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า พลังงานลมเป็นพลังงานที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าพลังงานแสงอาทิตย์ เพียงแค่มีลมพัดก็สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชม. หลังจากทุ่งกังหันลมจางฮั่วติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานลมครบ 1,000 ตัว ก็จะสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้เมืองหยุนหลินไปจนถึงอี๋หลานซึ่งมีประชากรรวม 5.8 ล้านครัวเรือน มีไฟฟ้าใช้ได้ตลอดทั้งปี

 

เทศบาลเมืองจางฮั่วได้ผลักดันอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียว และจะทำให้เขตนิคมอุตสาหกรรมชายฝั่งจางฮั่วกลายเป็นศูนย์กลางพลังงานสีเขียวอัจฉริยะของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์

แปลและเรียบเรียงโดยกาญจน์ญาณ์ กฤษณ์ชญาคมน์ ทีมข่าวอาร์ทีไอ